Ferru’s The Private Me

Just another WordPress.com weblog

ร่างกายใต้บงการ ปฐมบทแห่งอำนาจในวิถีสมัยใหม่ November 14, 2010

Filed under: i-Portfolio — Fangfriendship @ 5:12 pm

ร่างกายใต้บงการ ปฐมบทแห่งอำนาจในวิถีสมัยใหม่

บท “Les corps dociles” จาก Surveiller et punir

โดย มิแช็ล ฟูโกต์

แปลโดย ทองกร โภคธรรม

ร่างกายใต้บงการ เป็นการศึกษาเรื่องของ “อำนาจ” ที่ปัจจุบันนี้ได้กระจายแทรกซึมไปทั่ว

องค์กรและสังคม บางครั้งเราแทบจะไม่ทันสังเกตเห็นด้วยซ้ำ งานนิพนธ์เล่มนี้ได้วิเคราะห์ประเด็นนี้จากระดับมหภาค มาสู่ระดับจุลภาค ซึ่งได้แก่ อำนาจในโรงเรียน โรงงาน โรงพยาบาล และพื้นที่อื่นๆ ฟูโกต์ได้บอกเราถึงความเป็นปัจเจกชน ในสังคมสมัยใหม่ที่เราเข้าใจว่ามีสิทธิเสรีภาพ หรืออัตบุคคล นั้น แท้จริงแล้วเป็นเพียงภาพมายาที่เกิดมาจากเครือข่ายของอำนาจทางสังคม และวาทกรรม ซึ่งส่วนใหญ่ล้วนมาจากบรรดาคำพูดและข้อเขียนของผู้ทรงคุณวุฒิ ที่ผลิตและเผยแพร่ออกมาในกรอบความรู้ ฟูโกต์สร้างมโนทัศน์เกี่ยวกับ มนุษย์ อย่างที่เราเข้าใจกันในปัจจุบันนั้นเป็นเพียงสิ่งที่เพิ่งถูกประดิษฐ์ขึ้นมาได้ไม่นาน และเป็นเพียงวัตถุแห่งการศึกษา ในฐานะเป็นตัวการที่บริโภคทรัพย์ สังคม และภาษา เขาได้เสนอมุมมองของอำนาจในรูปแบบใหม่ ไม่ใช่อำนาจแบบการกดขี่ หรือการมอมเมา อย่างที่ศึกษากันอยู่ทั่วไป แต่เป็นอำนาจแบบควบคุมที่ผ่านกระบวนการสร้างบรรทัดฐาน ระเบียบวินัยคืออุปกรณ์สำคัญของอำนาจที่จะทำให้คนอยู่ในบรรทัดฐานเดียวกัน เขาไม่ได้มองการเปลี่ยนแปลงประวัติศาสตร์ว่าเป็นพัฒนาการที่มีการสั่งสมและก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง แต่เขามองว่ามันเพียงเพียงการเปลี่ยนแปลงของปรากฏการณ์ว่าเป็นกรับวนการแปรรูปที่มีแนวคิดไม่ต่อเนื่อง เขามองเห็นปรากฏการณ์ของการแบ่งแยก และการกีดกัน เช่นการแยกอาชญากรออกจากพลเมืองดี ซึ่งได้ก่อให้เกิดสิ่งที่เรียกว่าบรรทัดฐาน เพื่อแยกสิ่งที่ไม่ใช่บรรทัดฐานออก เพื่อเป็นการปรับปรุงแก้ไขให้ กลับคืนสู่ภาวะปกติ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ได้เกิดขึ้นพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงลักษณะของอำนาจ ที่แทรกซึมเข้าไปจัดการกับรายละเอียดของมนุษย์มากขึ้น และการเปลี่ยนยุคสมัยเข้าสู่สังคมสมัยใหม่ได้อาศัยกระบวนการ ซึ่งทำให้มนุษย์กลายเป็นวัตถุแห่งการศึกษา

เนื้อหาสาระของร่างกายใต้บงการได้ครอบคลุมการเกิดของอำนาจรูปแบบใหม่ในหลากหลายสถาบันทางสังคมอย่างทั่วถึง ได้แก่ โรงเรียน กองทัพ โรงงาน โรงพยาบาล เขาได้นำเสนอตัวอย่างที่เป็นรูปธรรมจำนวนมาก ที่ล้วนบ่งบอกให้รู้อย่างแจ่มแจ้งว่า ในศตวรรษที่ 18 นั้น ระเบียบวินัย เป็นรูปแบบใหม่ของอำนาจ ที่ได้เข้าไปจัดการกับพื้นที่ เวลา และร่างกายมนุษย์เพื่อปลูกฝังประสิทธิภาพด้านการใช้งาน และสยบยอมทางการเมืองไปพร้อมๆกัน หนังสือเล่มนี้จึงเป็นการนำภาพรวมของกระบวนการเปลี่ยนแปลงของสังคม ซึ่งเริ่มเปิดบทด้วยการเปรียบเทียบลักษณะของทหารฝรั่งเศสสองยุค โดยลักษณะแรงได้นำข้อมูลมาจากหนังสือตำราพิชัยสงครามในครึ่งแรกของศตวรรษที่ 17 ซึ่งชี้ให้เห็นว่า ทหารยุคนั้น ถูกคัดเลือกมาจากชายฉกรรจ์ที่ร่างกายมีลักษณะเหมาะสมอยู่แล้วตามธรรมชาติ คือ ศีรษะตั้งตรง มีกล้ามท้อง ไหล่กว้าง แขนยาว นิ้วแข็งแรง หน้าท้องแบน ต้นขาล่ำ น่องเพรียว เท้าแห้ง ส่วนลักษณะที่สองเป็นข้อมูลที่ปรากฏในพระราชโองการของกษัตริย์ฝรั่งเศสในครึ่งหลังของศตวรรษที่ 18 และแสดงนัยที่ขัดแย้งกับลักษณะแรกอย่างพลิกผัน ซึ่งได้เชื่อกันว่าร่างกายของทหารนั้นกลายเป็นผลผลิตจากการฝึกหัดอย่างละเอียดเคร่งครัดตามหลักวิชา โดยฝึกให้ ตั้งศีรษะตรงและเชิดสูง ให้ยืดตัวตรงไม่ให้หลังค่อม แอ่นหน้าท้องมาเบื้องหน้า ให้ยืดอกและแอ่นหลัง และเพื่อให้คนเหล่านี้ติดท่วงท่าดังกล่าวเป็นนิสัย ก็ต้องมีการฝึกให้พวกเขายืนหันหลังชนกำแพงในลักษณะที่ส้นเท้า ปลีน่อง ไหล่ และลำตัวแนบติดกับผนัง

ซึ่งเป็นการ ล้างเอาความเป็นชาวนา ออกจากร่างกายคน แล้วสวมใส่ ลักษณะทหาร เข้าไป

มีการจัดแยกเป็นสัดส่วนทั้งในโรงพยาบาล โรงเรียน โรงงาน และค่ายทหารช่วยให้เกิดอำนาจที่สามารถเข้าไปได้อย่างทั่วถึงและสะดวกยิ่งขึ้น และก่อให้เกิดการกีดกัน ระเบียบวินัยต่างๆสามารถเปลี่ยนไปมาระหว่างกันได้ ตามอันดับ ซึ่งหมายถึงตำแหน่งของบุคคล กลุ่มคนถูกแยกออกเป็นตัวปัจเจกด้วยการจัดวางตำแหน่งที่ไม่ตายตัว มีการตีตารางเพื่อกำหนดปัจเจกบุคคลให้อยู่ในตำแหน่งของตน เมื่อมีการจัดแยกเป็นส่วนก็ก่อให้เกิดการข้าไปควบคุมกิจกรรมในรูปแบบของตารางเวลา ซึ่งได้กำหนดความละเอียดซับซ้อนเชิงเวลาอากัปกิริยา การจัดวางสหสัมพันธ์ระหว่างร่างกายกับอากัปกิริยา การประสานกันระหว่างร่างกายกับวัตถุ และการใช้เวลาอย่างเต็มศักยภาพ ซึ่งทั้งหมดเป็นการ บีบบังคับ ซึ่งได้ก่อให้เกิดวัตถุใหม่เข้ามาแทนที่ร่างกายเดิมที่เป็นเพียงเครื่องจักร วัตถุชนิดใหม่นี้คือร่างกายตามธรรมชาติที่พร้อมปฏิบัติการต่างๆที่กำหนดไว้อันเป็นปฏิบัติการที่มีอันดับ ระยะเวลา เงื่อนไข และองค์ประกอบต่างๆในตัวเอง ซึ่งได้กลายมาเป็นเป้าหมายกลไกแห่งอำนาจชนิดใหม่ เป็นร่างกายที่อำนาจเข้าไปเชิดชักมากว่าการขับเคลื่อนด้วยจิตวิญญาณ

ระเบียบวินัยได้ผลิตปัจเจกภาพขึ้น 4 แบบจากร่างกายที่ระเบียบวินัยนั้นควบคุมอยู่ หรืออาจกล่าวได้ว่าเป็นปัจเจกภาพที่ประกอบด้วยคุณลักษณะ 4 ประการ ได้แก่ ความเป็นตาราง (ด้วยเกมส์การจัดสรรพื้นที่) ความเป็นองค์อินทรีย์ (ด้วยการกำหนดกิจกรรมต่างๆ) ความเป็นกระบวนการกำเนิด (ด้วยการสั่งสมเวลา) และความเป็นสิ่งประกอบสร้าง (ด้วยการจัดองค์ประกอบของพละกำลัง และเพื่อการนี้ ระเบียบวินัยได้ใช้เทคนิค 4 ประการ ได้แก่ การสร้างตาราง การกำหนดกระบวนการปฏิบัติการ การบังคับให้ฝึกฝน และท้ายสุดเพื่อให้มีสัมฤทธิ์ในการผสมผสานพละกำลังก็มีการจัดวาง กลวิธีต่างๆ นับเป็นศิลปะในการประกอบเครื่องจักรทั้งหลายมาผสานกันอย่างดีจนเกิดประสิทธิภาพสูงสุด โดยอาศัยร่างกายที่ถูกจัดวาง กิจกรรมที่ถูกกำหนด และการฝึกอบรมที่ทำให้เกิดความเชี่ยวชาญ ซึ่งถือได้ว่ากลวิธีเป็นรูปแบบที่พัฒนาสูงสุดของปฏิบัติการแห่งระเบียบวินัย

ลักษณะงานนิพนธ์ชิ้นนี้ของฟูโกต์ งานนิพนธ์ในเล่มนี้ได้วิเคราะห์เหตุการณ์ต่างๆในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 17 และ 18 ในการหาความเป็นมาของสมัยใหม่ ซึ่งช่วงนั้นตรงกับระบบศักดินา ของฝรั่งเศส เป็นยุคคลาสสิกของศิลปวัฒนธรรม ศตวรรษที่ 17 ก็ยังเป็นยุคแห่งการปฏิวัติวิทยาศาสตร์ ศตวรรษที่18 จึงได้ชื่อว่า ศตวรรษแห่งความรู้แจ้ง และในศตวรรษที่ 19 เป็นยุคสมัยใหม่ ฟูโกได้นำเอกสารทุกชนิดที่เรียกว่าจดหมายเหตุ มาวิเคราะห์ใช้เป็นหลักฐานของวาทกรรม จึงทำให้การประพันธ์เนื้อหาสาระในหนังสือ มีรูปแบบคล้ายกับปริญญานิพนธ์ ซึ่งลักษณะการเขียนเช่นนี้จะไม่มีการจูงใจให้ติดตามเนื้อเรื่อง การที่จะอ่านการประพันธ์รูปแบบนี้จบได้ขึ้นอยู่กับการใฝ่รู้ของแต่ละบุคคล การอ่านงานนิพนธ์เล่มนี้นอกจากการใฝ่รู้แล้ว เรายังต้องละทิ้งแนวความคิดที่เรากำหนดขึ้นมาเองในความเป็นแก่นสารที่เชื่อว่าดำรงอยู่ในสิ่งต่างๆ และความคุ้นเคยกับภาพของการพัฒนากันอย่างต่อเนื่องในประวัติศาสตร์ก่อนชั่วคราว มิฉะนั้นอาจจะรู้สึกว่าเรื่องนี้ยากต่อการจับต้นชนปลาย

สิ่งที่ข้าพเจ้าได้รับจากหนังสือเล่มนี้คือประสบการณ์ที่ข้าพเจ้าไม่ต้องออกเดินทางไปไหน ในการที่จะเรียนรู้สังคม และรู้จักโลกของเราในมุมมองที่แปลกใหม่ ร่างกายใต้บงการนั้นเป็นภาวะที่ทุกคนต้องประสบพบเจออย่างที่จะหลีกเลี่ยงไม่ได้ตั้งแต่เกิดขึ้นมาเป็นมนุษย์ หลายคนเลือกที่จะเกิดไม่ได้เพราะต้องตกอยู่ในบางการความเป็นไปของธรรมชาติ เมื่อเกิดขึ้นมาแล้วก็ต้องเข้าสู่กลไกของสังคม ภายใต้กฎระเบียบ จากประสบการณ์ที่ข้าพเจ้าได้เรียนรู้ทางด้านกฎหมายซึ่งข้าพเจ้าเจ้าเคยเชื่ออยู่เสมอว่ากฎหมายเป็นสิ่งที่จะทำให้เราอยู่ร่วมกันได้อย่างสงบสุข เมื่อเราต้องอยู่ร่วมกัน และกฎหมายจะทำให้ทุกคนมีสิทธิเสรีภาพ ในการเรียนวิชาปรัชญากฎหมาย ทำให้ข้าพเจ้ารู้ว่า ความยุติธรรมไม่มีในโลกนั้นเป็นคำกล่าวที่ถูกต้อง เพราะการบัญญัติกฎหมายและตราขึ้นมานั้นต้องได้รับความเห็นชอบจากคนหมู่มาก แม้จะมีคนบางส่วนไม่เห็นด้วยกับกฎหมายข้อนั้นก็ตาม แต่ท้ายที่สุดเรื่องร่างกายใต้บงการก็ได้เข้ามาสนับสนุนแนวคิดที่ว่านี้ คือแม้ว่าจะมีบางคนไม่เห็นด้วย ก็ยังต้องทำตามกฎหมาย หรือกฎเกณฑ์ต่างที่เกิดขึ้นมาอยู่ดี ไม่ว่าจะรู้ตัวหรือไม่ การสร้างคำว่าจิตสำนึกในการทำความดีนั้น ก็เป็นส่วนหนึ่งของกฎหมาย และเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายใต้บงการ

ประสบการณ์จากวงการศึกษาของไทยนั้น ส่วนใหญ่เป็นการเรียนรู้เป็นหลักวิชา (Academe) ซึ่งการเรียนรู้แบบนี้นั้นนักเรียนมักกลายเป็นวัตถุแห่งกลไกของการศึกษา ภายใต้กรอบตารางเวลา และกฎเกณฑ์ต่างๆที่มีอยู่ในโรงเรียน แต่ยังเป็นที่น่าดีใจในระดับหนึ่งที่ทุกวันนี้เราได้ก้าวข้ามผ่านยุคสมัยใหม่มาเป็นหลังสมัยใหม่ ซึ่งทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในวงการศึกษาบ้านเราด้วย เราได้รับการศึกษาในรูปแบบของ Summer Hill School ที่โรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดกาญจนบุรี ที่นี่เกือบทุกอย่างมักอยู่นอกเหนือการบงการ นักเรียนที่นี่สามารถเลือกที่จะเรียนวิชาอะไรได้เมื่อใดก็ได้ แต่ถึงอย่างไรที่นี่ก็มิได้ปราศจากภาวะร่างกายใต้บงการ เพราะยังคงต้องดำเนินการกิจกรรมการเรียนการสอนต่างๆ อยู่ภายใต้กรอบตารางเวลา

งานนิพนธ์เล่มนี้ถือว่าเป็นการเพิ่มทัศนะที่หลากหลายต่อผู้อ่าน หากแต่ว่าบทนำของหนังสือมีที่บรรณาธิการเขียนขึ้นมีมากเกินความจำเป็น มีการกล่าวซ้ำหลายจุด ซึ่งผู้อ่านอาจเกิดความสับสนและมีความรู้สึกเบื่อหน่ายได้ง่าย หากจริงจังกับการอ่านบทนำ จึงขอเสนอแนะว่าหากเริ่มอ่านเนื้อเรื่องที่ฟูโกต์ได้เขียนขึ้นมาก่อน แล้วกลับมาอ่านบทนำจะทำให้เข้าใจเนื้อหาในเล่มนี้ ที่ทั้งผู้เขียนและผู้แปลได้ทุ่มเขียนขึ้นมาได้ดีมากยิ่งขึ้น แม้ว่าในส่วนของบทนำนั้นจะมากเกินความจำเป็น แต่หนังสือเล่มนี้จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องมีบทนำ เพราะจะทำให้เราทราบภูมิหลังของฟูโก และแรงจูงใจ แนวคิด ของการเขียนเรื่องนี้ขึ้นมา

หลังอ่านเรื่องนี้จบจะมีความรู้สึกว่าทำให้เรามองโลกในมุมที่หลากหลายมากขึ้น และทำให้รู้สึกว่าแม้การดำรงชีวิตประจำวันทั่วไปที่เราคิดว่ามีความสุขดีนั้น เราไม่ค่อยรู้สึกว่าเราอยู่ใต้การบงการของใครบ้าง แต่เมื่อได้อ่านเรื่องนี้มันทำให้เราตระหนักอยู่ตลอดเวลาว่า ร่างกายของที่มักตกอยู่ภายใต้การบงการอยู่เสมอ กระทั่งการใช้เครื่องอำนวยความสะดวกต่างๆที่เรามักคิดว่าเราเป็นนายมัน เราก็ยังต้องอยู่ภายใต้บงการของอิเล็กทรอนิกส์ เฉกเช่นการเป็นทาส ซึ่งทาสในที่นี้ก็คือทาสของวัตถุนิยม

หากมีโอกาสได้พบพูดคุยกับผู้เขียนก็คงอยากถามฟูโกว่า “การที่คุณเขียนหนังสือเล่มนี้ออกมา ทำให้คุณต้องตกอยู่ในภาวะร่างกายใต้บงการหรือไม่ ?“ หรือ “คุณคิดว่าหนังสือเล่มนี้จะช่วยจรรโลงโลกได้อย่างไร?” ซึ่งคงเป็นการดีไม่น้อยหากฟูโกต์ได้ตอบคำถามเหล่านี้ด้วยตัวเขาเอง

เนื้อหาสาระของงานนิพนธ์เล่มนี้ถือได้ว่ามีความจำเป็นที่หลายคนควรอ่าน เพราะสารที่เราได้รับจากหนังสือเล่มนี้ จะทำให้เรามีทัศนะในการมองสังคมในมุมหลากหลายได้ และคงต้องถามตัวเองก่อนที่จะหยิบหนังสือเล่มนี้ขึ้นอ่านว่า คุณอยากเพิ่มทัศนคติการมองโลกของคุณหรือไม่? คุณอยากจะรู้หรือไม่ว่าคนที่ชื่อมิแช็ล ฟูโกต์ เขาคิดอย่างไร? คุณอยากจะรู้หรือไม่ว่าร่างกายใต้บงการที่แท้จริงนั้นเป็นอย่างไร? หากคุณตอบว่าใช่ทั้งสามข้อคุณควรรีบเปิดหนังสือเล่มนี้อ่านด้วยความกระหายใคร่รู้อย่างที่สุด มันจะทำให้คุณได้ท่องไปในโลกอีกโลกหนึ่งที่คุณสามารถสัมผัสกับมันได้จริง แต่แน่นอนว่าบางอย่างคุณต้องไม่เคยรู้จักมาก่อน

รายงานฉบับนี้เป็นส่วนหนึ่งของการเรียนการสอนวิชา SWU

ปีที่จัดทำรายงาน 2550


 

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s